โป๊กเกอร์ โป๊กเกอร์ออนไลน์ คืออะไร??

  โป๊กเกอร์ออนไลน์ คือการเดิมพันชนิด ไพ่ นั่นเอง ซึ่งจะมีการแจกไพ่ให้ผู้เล่น จำนวน 2 ใบให้กับผู้เล่นทุกคน (หากเป็นห้องปกติ จะมีผู้เล่นสูงสุด 5-6 คน) ผู้เล่นจะต้องลงเดิมพันขั้นต่ำของแต่ละเจ้าก่อน แล้วจะแจกจ่ายไพ่ให้ผู้เล่น ซึ่งเมื่อเจ้ามือแจกจ่ายไพ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะทำการ วางไพ่ไว้ 3 ใบ

โป๊กเกอร์ออนไลน์ เมื่อทำการวางไพ่ไว้ 3 ใบกลางโต๊ะแล้ว จะทำการเริ่มวางเงินเดิมพันของผู้เล่น หากผู้เล่นได้ไพ่สูง ( ไพ่แต้มสูง ได้ไพ่คู่ ได้ไพ่ชนิดเดียวกันเช่น ดอกจิก+ดอกจิก จะถือว่าไพ่ค่อนข้างสวยนั่นเอง) จะลงเดิมพันตามสไตล์การเล่นของตนเอง ซึ่งหากได้ไพ่ใหญ่ K + K แล้วลงเดิมพันเยอะ จะทำให้จับไต๋ได้ และมีการเดิมพันน้อย ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะได้ไพ่สวยๆแบบนี้ในแต่ละตา กลับกัน หากได้ไพ่แย่ แต่คิดดูแล้วว่า อาจจะไม่มีใครได้ไพ่สูงหรอก ก็จะมีการลักไก่ ลงเดิมพันเยอะ ให้ผู้เล่นอื่นคิดว่า ไอนี่ต้องไพ่สูงแน่ ทั้งที่จริงๆแล้ว ตนเองอาจจะได้ไพ่สูงกว่าด้วยซ้ำ นี่แหละค่ะคือเสน่ห์ของโป๊กเกอร์ ต้องใช้จิตวิทยาในการเล่นสูงพอสมควร และ ประสบการณ์ในการเล่น สยาม โป๊กเกอร์ หากใครไม่กล้าเสี่ยงสามารถหมอบไพ่ได้แต่จะเสียเงินที่ลงเดิมพันไปตอนแรกนั่นเอง

    เมื่อผู้เล่นเดิมพันครบทุกคนแล้ว เจ้าจะทำการเปิด ไพ่ 3 ใบบนโต๊ะ และ ปล่อยให้ผู้เล่นเดิมพันต่อ จนเปิดครบ 5 ใบ และ ไม่มีการเดิมพัน ก็จะวัดแต้ม 5ใบที่สูงที่สุดของผู้เล่นทุกคน ( ผู้เล่นจะมีทั้งหมด 7 ใบ 5ใบบนโต๊ะ และ 2 ใบในมือค่ะ )

วิธีเล่น โป๊กเกอร์ แต้มนับยังไง?

  แต้มโป๊กเกอร์ จะนับตามจำนวนปกติ A = 1 , 10 = 10 และ J Q K

แต่โป๊กเกอร์จะมีมากกว่านั้นคือ ไพ่คู่ ไพ่2คู่ ไพ่เรียง Royal flush , Straigh Flush , Four of a King , Full House , Flush , Straight , Three of a Kind ,  High Card

==== มาดูกันว่าแต่ละอย่างคืออะไรบ้าง ====

High Card ไพ่สูง

หากผู้เล่นไม่มีใครได้ไพ่ คู่ หรืออะไรเลย เราจะนับแต้มสูงสุดของไพ่ ที่มีค่ะ เช่น A ได้ 2 3 5 7 K ส่วน B ได้ 2 3 5 7 Q

A จะชนะการเดิมพันเพราะมี K ที่ใหญ่กว่า Q นั่นเองค่ะ

Pair ไพ่คู่

ไพ่คู่ ของ โป๊กเกอร์ นั้นคือมีไพ่ที่เหมือนกัน 2 ใบ นั่นเองเช่น A + A ตัวอย่าง A ได้ 2 3 5 A A แต่ B ได้ 2 3 5 K K

นาย B จะชนะการเดิมพัน เนื่องจาก B มี K K ไพ่คู่ที่ใหญ่กว่า A A นั่นเอง

Two Pair ไพ่คู่ 2 คู่

คือการได้ไพ่คู่เช่นกัน แต่มี 2 คู่ เช่น A + A K + K ตัวอย่าง A ได้ 2 A A K K ส่วน B ได้ 3 A A K K

นาย B จะชนะการเดิมพัน เนื่องจากไพ่คู่ที่มีนั้น สูงเท่ากัน แต่ ไพ่ใบที่ 5 นาย B คือ 3 แน่นอนว่าแต้มเยอะกว่า 2 ของนาย A นาย B จึงชนะการเดิมพัน

Three of a Kind ไพ่ตอง

คือการได้ไพ่เหมือนกัน 3 ใบ ตัวอย่าง A ได้ A A A 2 4 ส่วน B ได้ K K K 2 5 นาย B จะชนะการเดิมพัน เนื่องจาก ได้ไพ่ตองที่สูงกว่านั่นเอง

Straight ไพ่เรียง

ไพ่เรียง คือการได้ไพ่เลขเรียงกัน เช่น A 2 3 4 5 ( A = 1 ) หรือ 9 10 J Q K ( J = 11 Q = 12 K = 13 [เปรียบเทียบให้ง่ายต่อการเข้าใจ] )

Flush ไพ่ที่มีดอกเหมือนกัน 5 ใบ

ไพ่ที่มีดอกเหมือนกันคือ ดอกจิก ข้าวหลามตัด หัวใจ โพดำ เช่น  A 4 6 2 3 จากที่เห็นคือไม่มีแต้มเลย แต่ ไพ่เหล่านั้น มีดอกเหมือนกัน คือ ดอกจิก ก็จะได้ Flush นั่นเอง

Full House ได้ 1 ตอง และ 1 คู่

Full House คือการมีไพ่ตอง 1 ชุด และ ไพ่คู่ 1 คู่ เช่น A A A K K นั่นเอง คือ Full House

Four of a Kind ไพ่โฟร์

การมีไพ่เดียวกัน 4 ใบ เช่น A A A A 3 นั่นเองค่ะ

Straight Flush ไพ่เรียงและดอกเหมือนกัน

การได้ Straight (เรียง) ก็ว่ายากมากแล้ว กับ การได้ Flush ก็สุดแสนจะยากมากแล้ว การได้ Straight Flush นั้น ยากยิ่งกว่า เนื่องจากต้องได้ทั้งไพ่เรียง และ ดอกที่เหมือนกันอีก โอกาสในการได้ถือว่าอยู่ในจุดที่ต่ำมากถึง 1%

Royal Flush คือไพ่เรียงใหญ่สุด ดอกเหมือนกัน

นี่คือสิ่งที่ยากที่สุด เนื่องจากเราไม่สามารถคุมไพ่ที่แจกมาได้นะคะ เราจึงต้องมีความสามารถ และ ดวงร่วมด้วย เนื่องจากไพ่เรียงนั้นจะต้องเป็น 10 J Q K A เท่านั้น โอกาสที่ได้นั้นว่ายากแล้ว แต่การที่ต้องดอกเหมือนกันด้วย นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย โอกาสที่จะได้นั้นอยู่ที่ 0.13% เลยทีเดียวหล่ะ

SexyBaccarat | โป๊กเกอร์ | แบล็คแจ็ค | Sexy Gaming | หวยออนไลน์ | SA Gaming | คาสิโนสด | คาสิโนออนไลน์ | บาคาร่า | SAcasino